Resumen del episodio
Q1: ทำความดี หลังออกพรรษา A: ให้พิจารณาอานิสงส์และโทษของการกระทำที่ตั้งใจทำช่วงเข้าพรรษา เช่น งดเหล้า สวดมนต์ นั่งสมาธิ ก็จะตัดสินใจได้ว่าแม้ออกพรรษาแล้วก็ควรทำสิ่งนั้นต่อไป โดยเพิ่มไปทีละวัน ทีละเดือน ทีละหลายเดือนต่อไปได้ - การตั้งสัจจะแล้วกระทำได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับจิต ให้ทำสิ่งนั้นได้ละเอียด/ได้ดียิ่งขึ้น - จึงควรรักษาความดีต่อไป เพราะคนรอบตัวย่อมได้อานิสงส์จากการทำดีของเรา - และควรเอาความชอบใจ/พอใจ ไปติดกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ Q2: วิพากษ์วิจารณ์หลังออกพรรษา A: ฆราวาส สามารถนำประเพณีปวารณาของสงฆ์ในช่วงออกพรรษา (การออกตัวให้ว่ากล่าวตักเตือนได้) มาปรับใช้ได้ จะทำให้เกิดความก้าวหน้าได้ กรณีที่หนึ่ง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะเปลี่ยนได้ - ก็ให้ทำ เพราะจะเกิดความดี จะดีทั้งตัวเราและตัวเขา โดยให้พิจารณาดังนี้ (1) บอกไปแล้วจะลำบากเราหรือไม่ (2) ลำบากมากหรือน้อย = ให้เห็นความลำบากเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเขาจะเปลี่ยนได้ ก็ควรจะทำ (3) ถ้าเขาจะขัดเคืองใจ = ให้เห็นว่าความขัดเคืองใจที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย กรณีที่สอง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะไม่เปลี่ยน - ก็ให้วางเฉย (อุเบกขา)…
Q1: ทำความดี หลังออกพรรษา A: ให้พิจารณาอานิสงส์และโทษของการกระทำที่ตั้งใจทำช่วงเข้าพรรษา เช่น งดเหล้า สวดมนต์ นั่งสมาธิ ก็จะตัดสินใจได้ว่าแม้ออกพรรษาแล้วก็ควรทำสิ่งนั้นต่อไป โดยเพิ่มไปทีละวัน ทีละเดือน ทีละหลายเดือนต่อไปได้ - การตั้งสัจจะแล้วกระทำได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับจิต ให้ทำสิ่งนั้นได้ละเอียด/ได้ดียิ่งขึ้น - จึงควรรักษาความดีต่อไป เพราะคนรอบตัวย่อมได้อานิสงส์จากการทำดีของเรา - และควรเอาความชอบใจ/พอใจ ไปติดกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ Q2: วิพากษ์วิจารณ์หลังออกพรรษา A: ฆราวาส สามารถนำประเพณีปวารณาของสงฆ์ในช่วงออกพรรษา (การออกตัวให้ว่ากล่าวตักเตือนได้) มาปรับใช้ได้ จะทำให้เกิดความก้าวหน้าได้ กรณีที่หนึ่ง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะเปลี่ยนได้ - ก็ให้ทำ เพราะจะเกิดความดี จะดีทั้งตัวเราและตัวเขา โดยให้พิจารณาดังนี้ (1) บอกไปแล้วจะลำบากเราหรือไม่ (2) ลำบากมากหรือน้อย = ให้เห็นความลำบากเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเขาจะเปลี่ยนได้ ก็ควรจะทำ (3) ถ้าเขาจะขัดเคืองใจ = ให้เห็นว่าความขัดเคืองใจที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย กรณีที่สอง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะไม่เปลี่ยน - ก็ให้วางเฉย (อุเบกขา)…
Episodios
ส่งพ่อแม่ไปสถานพักฟื้นคนชรา [6944-1u]
EscuchadoQ1: ทำความดี หลังออกพรรษา A: ให้พิจารณาอานิสงส์และโทษของการกระทำที่ตั้งใจทำช่วงเข้าพรรษา เช่น งดเหล้า สวดมนต์ นั่งสมาธิ ก็จะตัดสินใจได้ว่าแม้ออกพรรษาแล้วก็ควรทำสิ่งนั้นต่อไป โดยเพิ่มไปทีละวัน ทีละเดือน ทีละหลายเดือนต่อไปได้ - การตั้งสัจจะแล้วกระทำได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับจิต ให้ทำสิ่งนั้นได้ละเอียด/ได้ดียิ่งขึ้น - จึงควรรักษาความดีต่อไป เพราะคนรอบตัวย่อมได้อานิสงส์จากการทำดีของเรา - และควรเอาความชอบใจ/พอใจ ไปติดกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ Q2: วิพากษ์วิจารณ์หลังออกพรรษา A: ฆราวาส สามารถนำประเพณีปวารณาของสงฆ์ในช่วงออกพรรษา (การออกตัวให้ว่ากล่าวตักเตือนได้) มาปรับใช้ได้ จะทำให้เกิดความก้าวหน้าได้ กรณีที่หนึ่ง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะเปลี่ยนได้ - ก็ให้ทำ เพราะจะเกิดความดี จะดีทั้งตัวเราและตัวเขา โดยให้พิจารณาดังนี้ (1) บอกไปแล้วจะลำบากเราหรือไม่ (2) ลำบากมากหรือน้อย = ให้เห็นความลำบากเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเขาจะเปลี่ยนได้ ก็ควรจะทำ (3) ถ้าเขาจะขัดเคืองใจ = ให้เห็นว่าความขัดเคืองใจที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย กรณีที่สอง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะไม่เปลี่ยน - ก็ให้วางเฉย (อุเบกขา)…
ละความไม่พอใจในที่ทำงาน [6943-1u]
Escuchadoช่วงไต่ตามทาง: ปัญหาในที่ทำงาน - การทำงานทุกที่ มีปัญหาอยู่เสมอ - เวลามีคนทำให้โกรธ/ไม่พอใจ หากเราตอบโต้กลับด้วยความโกรธ/ความไม่พอใจ เรื่องราวก็จะยิ่งขยายผล - ผู้ปฏิบัติธรรม จะชนะความโกรธได้ด้วยการไม่โกรธตอบ ชนะความอิจฉาริษยาได้ด้วยเมตตามุทิตา ชนะความตระหนี่ได้ด้วยการให้ ชนะความเพ่งเล็งหาโทษใส่ความได้ด้วยความสัตย์ความจริง (ความจริงใจ โอบอ้อมอารี) - เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ แสดงว่ามีสติ เพียงแต่ยังตัดไม่ได้ เพราะสติและปัญญามีกำลังน้อย ก็ต้องเพิ่มสติเข้าไป ด้วยการฟังเทศน์ฟังธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วตั้งใจใหม่ ตั้งปณิธานในวันใหม่ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไร จะยิ้มสู้ จะไม่โกรธ จะแผ่เมตตาให้ทุกคนที่พูดด้วย ทุกที่ที่เดินไป ทุกสถานการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงแผ่เมตตาให้ตนเองด้วย” - วิธีตอบโต้ความไม่พอใจในที่ทำงาน 4 อย่าง ได้แก่ เมตตาจิต รักใคร่เอ็นดู ไม่เบียดเบียน และความอดทน ปัญญาก็จะเกิด เมื่อมีสติปัญญาเกิด ก็จะตัดความไม่พอใจ (โทสะ) ได้ - ถ้าละความโกรธ/ความไม่พอใจในที่ทำงานได้ ไปที่ไหนเราก็จะสบายใจแน่นอน - อย่าไปคิดว่างานมันยาก งานมันหนัก งานมันเหนื่อย แต่ความยาก ความหนัก ความเหนื่อย นี่แหละ มีค่า มีความหมาย…
เตรียมใจสู้มะเร็ง [6942-1u]
EscuchadoQ1: เตรียมใจสู้มะเร็ง A: ต้องมีการเตรียมตัว 3 ช่วง (1) ช่วงยังไม่ป่วย ทางกาย = ให้เลี่ยงอาหารกลุ่มเสี่ยง ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทำประกัน ทางใจ = ให้พิจารณาว่า เราต้องมีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ล่วงพ้นไปไม่ได้ รวมถึงความแก่และความตายด้วย (2) ช่วงป่วยแล้ว ทรัพย์สิน = ให้ทำพินัยกรรม จัดการให้เรียบร้อย คนรอบตัว = ทำหน้าที่ทิศ 6 ร่างกายของเรา = แจ้งความประสงค์เรื่องการให้ช่วยชีวิตถึงขั้นไหน บริจาคอวัยวะ/ร่างกาย จัดการศพ (3) ช่วงใกล้ตาย ทรัพย์สิน = ให้พิจารณาว่า เป็นของไม่เที่ยง อยู่กับใครก็เป็นของคนนั้น เราเอาไปด้วยไม่ได้ อย่าห่วง ควรละความยึดถือในสิ่งของนั้น คนรอบตัว = ให้พิจารณาว่า บุคคลเหล่านั้นมีกรรมเป็นของตน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่ต้องไปห่วงเขา กิจที่เราต้องทำต่อเขา เราได้ทำแล้ว ถ้าติดต่อไม่ได้ ก็ให้ตั้งจิตที่ประกอบด้วยเมตตานึกถึงเขา ร่างกายของเรา = ให้พิจารณาว่า กายนี้เป็นของเน่าเปื่อย เป็นรังของโรค ให้เราเข้าใจ ให้เห็นความไม่เที่ยงในกายนี้ แล้ววางลงเสีย อย่ามีความกังวลใจ รักษาด้วยสติและปัญญา ปล่อยวางเวทนาในกาย เมื่อกายกับใจแยกกันได้ จิตใจก็จะสบาย Q2: “สติ” เครื่องมือดึงจิต A:…
คำชม-คำด่า สร้างเมตตา [6941-1u]
Escuchado- คำพูดไม่ดีเหมือนฝีกลัดหนอง หนองที่ออกมาจากปาก เหม็นด้วย กระทบจิตผู้อื่นด้วย หากเราอยู่ใกล้คนประเภทนี้ เราก็จะโดนอยู่เรื่อย คำด่า-คำชม เป็นสุดโต่งทั้งสองข้าง - ทำให้ผู้ฟังเกิดความพอใจหรือไม่น่าพอใจ เกิดกิเลส (ลุ่มหลง ยินดี พอใจ ขัดเคือง ไม่พอใจ) - หากผู้ฟังเกิดความโกรธจากสิ่งที่ได้รับฟัง ได้ชื่อว่ารับบาป รับโทสะ รับความโกรธตอบ รับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์นั้นต่อมาทันที - จิตใจที่ประกอบด้วยความโกรธจะมีความหยาบอยู่ในภายใน พระพุทธเจ้าสอนว่า “จิตต้องไม่แปรปรวน ต้องไม่กล่าววาจาอันเป็นบาป ต้องมีจิตเอ็นดูเกื้อกูลประกอบด้วยเมตตา ไม่มีโทสะในภายใน อันเป็นจิตใหญ่หลวง ไม่มีประมาณ แผ่ไปถึงทุกคนโดยปรารภคนที่ด่าว่าเรา” วิธีวางจิตต่อคำพูดคนอื่น ขั้นตอนที่ 1 ทำจิตให้มีเมตตา ไม่โกรธ - อุปมา 5 อย่าง (1) ทำจิตให้เหมือนแผ่นดิน = ไม่ว่าจะพยายามขุดแผ่นดินทั้งหมดให้เป็นทะเลสาบก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (2) ทำจิตให้เหมือนอากาศ = ไม่ว่าจะพยายามวาดรูปลงในอากาศอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (3) ทำจิตให้เหมือนน้ำ = ไม่ว่าจะพยายามต้มน้ำในแม่น้ำให้เดือดอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (4) ทำจิตให้เหมือนแผ่นหนังแมวป่าขนฟู = ซึ่งเกิดจากระบวนการทำที่ประณีต…
วิธีคลายกังวลจากภัยธรรมชาติ [6940-1u]
EscuchadoQ1: วิธีรับมือคน Toxic A: คนพาล = คนโง่ที่แยกแยะกุศลกับอกุศลไม่ได้และทำในสิ่งที่เป็นอกุศล เบียดเบียนผู้อื่น วิธีรับมือคน Toxic (1) ต้องแยกแยะส่วนดี - ส่วนไม่ดีของคนนั้น - ถ้าเราเห็นแต่โทษของผู้อื่น เราก็เป็นคน Toxic เช่นกัน - ส่วนที่ไม่ดี ให้เราระมัดระวัง อย่าไปยุ่ง ใช้ความอดทน - แต่ถ้าเป็นคนที่รัก ก็ต้องพยายามทำให้เขากลับมาดีให้ได้ ดังนี้ (ก) ให้เห็นความลำบากของเราที่จะปรับเปลี่ยนเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย (ข) แม้เขาจะขัดเคืองใจแต่ถ้าพอจะเปลี่ยนแปลงได้ เราก็ต้องบอกโดยให้เห็นว่าความขัดเคืองที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย (ค) แต่ถ้าเขาจะขัดเคืองใจมากและเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ให้เราวางอุเบกขาในตอนนั้นแล้วค่อยหาจังหวะบอกกล่าวในภายหลัง (2) ไม่ตอบโต้คน Toxic ด้วยวิธีการเดียวกันกับเขา เช่น ด่าว่า นินทา - อย่าให้อกุศลของเขา คืบคลานมาถึงตัวเรา - เรื่องไม่ดีคนอื่น อย่าเอาไปพูด (3) มีสติ แยะแยะสิ่งดีสิ่งไม่ดี อดทน มีเมตตาและอุเบกขา Q2: เหตุที่มีคู่ดี A: ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ต้องเสมอกัน - ถ้ามีคู่ไม่ดี ไม่มีดีกว่า Q3: ขอพรให้เจอเนื้อคู่ A: การจะได้สิ่งใด เพียงการอ้อนวอนขอร้องแล้วจะสำเร็จ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง…